28 เมษายน 2562 “ปะการัง” เริ่มฟอกขาวร้อยละ 10 น้ำทะเลอุ่นขึ้นทะลุ 31 องศาฯ

ที่มา: http://news.thaipbs.or.th/content/279613

จากการติดตามสถานการณ์อุณหภูมิผิวหน้าน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเว็บไซต์ภัยพิบัติ  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ของอุณหภูมิผิวหน้าน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยค่าอุณหภูมิมากกว่า 30 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงได้ทำการสำรวจการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเล และสถานภาพปะการังบริเวณหาดในยาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต จากการสำรวจพบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่ระดับความลึก 1-4 เมตร มีอุณหภูมิ 31องศาเซลเซียส ปะการังในพื้นที่ประมาณร้อยละ 10 เกิดการฟอกขาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโคโลนีของปะการังเขากวาง และปะการังดอกเห็ดนอกจากนี้ยังพบว่าบางโคโลนีของปะการังโขด เริ่มมีสีซีดจาง แต่ยังไม่พบการตายของปะการังจากการฟอกขาว ทั้งนี้หากอุณหภูมิยังคงสูงอยู่อย่างต่อเนื่อง จะทำให้สถานการณ์ปะการังฟอกขาวรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของแนวปะการังทั้งในระยะสั้น และระยะยาว อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าแนวโน้มปะการังทะเลไทยเกิดปัญหาเสื่อมโทรมทั้งจากการท่องเที่ยว การประมง แต่ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมาปะการังเผชิญปัญหาภาวะโลกร้อน จากระดับน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิสูงมากขึ้น จะเห็นว่าช่วงฤดูร้อน ปะการังฟอกขาวมากขึ้น ซึ่งทิศทางการเสื่อมโทรมของปะการังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เราไม่ต้องให้เกิดปรากฎการณ์แบบการเสื่อมโทรมแบบก้าวกระโดด นักวิชาการ ระบุว่า ปะการังจะฟอกขาวได้ก็ต่อเมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งน้ำทะเลอ่าวไทย อุณหภูมิน้ำทะเลจะอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 31 องศาเซลเซียส แต่ถ้าอุณภูมิสูงมากกว่า 31-32 องศาเซลเซียสจะมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวได้ ส่วนทะเลอันดามันมีอุณหภูมิน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 28-29 องศาเซลเซียล ถ้าอุณหภูมิมากว่า 30 องศาเซลเซียส จะทำให้เกิดปะการังฟอกขาวได้ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิทะเลแต่ละที่ ซึ่งการวัดที่แสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30-31 องศาเซลเซียส ถือว่าอยู่ในอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงที่จะเกิดปะการังฟอกขาว ส่วนปะการังกิ่ง ปะการังโขด พบมากในทะเลไทย ซึ่งต้องเฝ้าติดตามดูสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ในอนาคตหาเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ กับปะการังที่ทำให้ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้การนำสเปิร์มมาแช่เยือกแข็งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทางทีมวิจัย จุฬาฯ ดำเนินการในขณะนี้ เพื่อรองรับการสูญพันธุ์หรือ การลดลงของปะการังบางสายพันธุ์ การผสมเทียมจะทำให้ปะการังมีโอกาสรอดได้ร้อยละ 40-50 นับว่าเป็นอัตราสูงเมื่อเทียบกับธรรมชาติที่มีโอกาสรอดเพียง 0.001 เท่านั้น สำหรับปัจจุบัน มีปะการังที่พบในประเทศไทย กว่า 70 สายพันธุ์มากกว่า 200 ชนิด ทั้งในอ่าวไทย และอันดามัน แต่ภัยคุกคามที่เกิดจากมนุษย์ และโลกร้อน ส่งผลให้ปะการังตาย หรือเกิดปรากฎการณ์ฟอกขาวในแต่ละปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ และทำให้บางสายพันธุ์เสี่ยงสูญพันธุ์